วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

9.ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ(2มิติ)




ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ 2 มิติ






DraftSight® คือ ซอฟต์แวร์ CAD สำหรับใช้งานเขียนแบบ 2 มิติ ในระดับมืออาชีพ ที่ถูกพัฒนาขึ้น
โดยบริษัท Dassault Systemes เจ้าของผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ SolidWorks® ที่มีชื่อเสียง
โด่งดังระดับโลก

ด้วยโครงสร้างการพัฒนาซอฟต์แวร์อันชาญฉลาด ทำให้ DraftSight® สามารถทำงานร่วมกับระบบ
ปฏิบัติการต่างๆ ได้ในหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Microsoft® Windows XP®,
Windows Vista®, Windows® 7, Mac® และ Linux
DraftSight® เหมาะสำหรับการใช้งานเขียนแบบในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งในภาคงานธุรกิจ
ออกแบบ, โรงงานอุตสาหกรรม, งานออกแบบเครื่องจักรกล, อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน,
สถาปัตยกรรม, งานซ่อมบำรุง, งานออกแบบทั่วไป และภาคการศึกษา เป็นต้น
คุณสมบัติของ DraftSight


ออกแบบและสร้างงานแบบ 2 มิติ

สร้าง, แก้ไข และเปิดดูไฟล์งานนามสกุล DWG

เปิดไฟล์งานนามสกุล DWG และ DXF โดยใช้แก้ไขและ Update ไฟล์งานเก่าเหล่านี้ได้

Export ไฟล์งานออกแบบ ให้เป็นรูปแบบไฟล์ PDF ได้

เป็นตัวกลางในการแปลงไฟล์งาน DWG และ DXF ซึ่งอาจจะมีความเหลื่อมล้ำระหว่าง
version ของไฟล์งานทั้งสองประเภท

ประหยัดงบประมาณขององค์กร ในการลงทุนซอฟต์แวร์สำหรับออกแบบ (CAD)

ช่วยให้องค์กรของท่านปลอดจากปัญหาในเรื่องของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

8.เทคโนโลยีสะอาด






เทคโนโลยีสะอาด







เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology)
ในปจจุบัน ปญหาดานสิ่งแวดลอมไดทวความร ี ุนแรงมากขึ้น จึงมีการนําเทคโนโลยี
ตางๆ มาใชในการปรับปรุงปรับปรุง ผลิตภัณฑบริการ และกระบวนการ และเทคโนโลยีที่สําคัญ
อีกเทคโนโลยีหนึ่ง ก็คือ เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) หรือมีชื่ออื่นๆ ที่มีความหมาย
ใกลเคียงกัน หรือเหมือนกันอีกคือ การปองก  ันมลพิษ (Pollution Prevention) หรือ P2 การผลิต
ที่สะอาด (Cleaner Production หรือ CP) และการลดของเสีย ใหนอยที่สุด (waste
minimization) มาใชซึ่งทั้งหมดเปนการปองกันของเสียที่แหลงกําเนิด แทนการควบคุมบําบัด
และจัดของเสียแบบเดิม ที่เมื่อเปรียบเทียบแลว คาใชจายส  ูงกวาการใชเทคโนโลยีสะอาด จะเป็น
วิธีการนําไปสมาตรฐานการจ ู ัดการสิ่งแวดลอม ISO14000 ซึ่งเปนที่ยอมรับ ในวงการคาของโลก
ปจจุบันดวย
ความหมายโดยสรุปของเทคโนโลยีสะอาด ก็คือ กลยุทธในการปรับปรุง ผลิตภัณฑ
บริการ และกระบวนการ อยางตอเนื่อง เพื่อจัดการทรัพยากร อยางมีประสิทธิภาพ ให
เปลี่ยนเปนของเสีย นอยที่สุดหรือไมมีเลย การลดมลพิษที่แหลงกําเนิด จึงเปนทั้งการรักษา
สิ่งแวดลอม และการลดคาใชจาย ในการผลิตไปพรอม ๆ กันดวย

ประโยชนของเทคโนโลยสะอาด

ประโยชน CT ตอตัวเราเอง
- มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดจากสารพิษ
- ไดใชสินคาที่มีคุณภาพสูงขึ้น
- มีสภาพแวดลอมและความเปนอยูดีขึ้น
- ประหยัดคาใชจายในการรักษาพยาบาล
- มีความภูมิใจในผลงานที่มีสวนรวมทําใหเกิดสิ่งดีๆ
ประโยชนของเทคโลยีสะอาดตอชุมชน
- มีความสมานสามัคคีกันระหวาง บาน ชุมชน และโรงงานดีขึ้น
- สังคมนาอยู

ประโยชนของเทคโลยีสะอาดตอภาคอุตสาหกรรม
- ชวยทําใหเกิดการประหยัดการใชน้ํา วตถั ดุ ิบ พลังงาน และลดมลพิษ
- การทํางานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพราะคนงาน มีสุขอนามัยดีและลดความเสยงต ี่ อการเก  ิด
อุบัติเหตุ
- คุณภาพสินคามีการปรับปรุง
- เพิ่มประสิทธิภาพและกําไร
- เกิดของเสียนอยลง ลดตนทุนการบําบัด ลดมลพิษจากอุตสาหกรรม
- ภาพพจนดีขึ้น

ประโยชนของเทคโลยีสะอาดตอภาครฐั
- แบงเบาภาระกิจในการตรวจสอบติดตาม
- บรรลุเปาหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกจและสังคมแหงชาติ
- สงเสริมภาพพจนของประเทศไทยดานการจัดการสิ่งแวดลอมและเพิ่มศักยภาพในการสงออก

สรุป
จะเห็นได้ว่า หลักการและเทคนิคของเทคโนโลยีสะอาดสามารถนําไปใชกับทุก
หนวยงาน เพื่อบริหารจัดการดานพลังงานใหเกิดประโยชนสูงสุด จะทําใหสามารถประหยัด
พลังงาน ลดคาใชจายของหนวยงานและลดปญหาสิ่งแวดลอมได

7.5W1H





5W1H





5W1H








5W1H: วิธีที่มีประสิทธิภาพเพื่อรวบรวมและนำเสนอข้อมูลที่สำคัญ


5W1 หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้มากที่สุดในระดับสากลสำหรับการรวบรวมข้อมูล,วิเคราะห์และการนำเสนอเป็นกรอบ 5W1H
วิธีนี้จะใช้ในช่วงของกระบวนการนักวิเคราะห์วิศวกรที่มีคุณภาพที่จะเข้าใจและอธิบายความจริงปัญหาใด ๆ หรือปัญหาวิธีการเดียวกันสามารถที่ใช้ในการจัดระเบียบการเขียนของรายงานบทความเอกสารและแม้ทั้งหนังสือ
วิธีการพื้นฐาน

วิธีการนี้พยายามที่จะตอบคำถามพื้นฐานในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ ของ: ใครอะไรเมื่อไหร่ที่ไหนทำไมและวิธีการ บางครั้งขึ้นอยู่กับบริบทที่สอง"H"อย่างไร

What.
คือเรื่องหลักของการรวบรวมข้อมูลเหตุผลและการนำเสนอ อาจจะเป็นที่ระบุไว้ในชื่อเรื่องและวัตถุประสงค์ อาจต้องจะกำหนดกระบวนการที่อาจประกอบด้วยส่วนที่เหลือของเอกสาร

Who.
สิ่งแวดล้อมอื่นๆ คนหรือกลุ่มความกังวลมันอาจอธิบายเอกสารหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการหรือขั้นตอน

When.
หมายถึงเมื่อไหร่ในเวลาใดที่เกี่ยวข้อง มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งกับจุดที่เหมาะสมที่จะต้องดำเนินการ บางครั้งมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ของการกระทำตามเงื่อนไข

Where.
เหตุการณ์หรือกระบวนการนั้น เกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่

Why.
เหตุใดถึงทำสิ่งนั้นหรือ เพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุการณ์นั้นๆ อาจมีการพิจารณาที่ไม่เกี่ยวข้องอาจจะเกิดจากนโยบายหรือขั้นตอน

How.
เหตุการณ์หรือสิ่งที่ทำนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เมื่ออธิบายนโยบายกระบวนการหรือขั้นตอนอาจ
เป็นส่วนสำคัญที่สุด

Conclusion.
5W1H สามารถนำไปใช้หัวข้อใด ๆ เพื่อรวบรวมวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลจากข้อมูลที่ซับซ้อนทำให้เป็นข้อมูลง่าย

4.กระบวนการเทคโนโลยี



กระบวนการเทคโนโลยี



กระบวนการทางเทคโนโลยี เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา  โดยการคิดริเริ่มสร้างสรรค์
เพื่อนำไปสู่การประดิษฐ์และปฎิบัติ  ก่อใก้เกิดประโยชน์ใช้สอย  ตามที่มนุษย์ต้องการและเปลี่ยนแปลง
การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์  เพราะมนุษย์มีความต้องการในการสร้างสิ่งอำนวย
ความสะดวกต่างๆในการดำรงชีวิต  ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาที่อาจเกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้น
และบางครั้งปัญหาอาจเกิดการผลิตสิ่งของต่างๆไม่ตรงตามความต้องการไม่ได้ คุณภาพจึงต้องมีการออกแบบ เพื่อจะนำมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว

กระบวนการเทคโนโลยี มีอยู่ด้วยกัน 7 ขั้นตอน ได้แก่
1.กำหนดปัญหาหรือความต้องการ
เมื่อมนุษย์เกิดปัญหาหรือความต้องการ ขั้นแรกคือการทำความเข้าใจ
ปัญหานั้นๆ อย่างละเอียดหรือกำหนดขอบเขต การแก้ปัญหา ระบุความต้องการให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร โดย
เขียนเป็นข้อความสั้นๆให้ได้ใจความชัดเจน

2. รวบรวมข้อมูบเพื่อแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ
เมื่อกำหนดปัญหาหรือความต้องการแล้ว
ขั้นตอนต่อไปนี้คือ เก็บรวบรวมข้อมูลและความรู้ทุกด้านที่เกี่ยวข้องก้บปัญหาหรือความต้องการพื่อหาวิธีการที่เหมาะสม
สำหรับแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการที่กำหนดไว้ ทำได้หลายวิธี เช่น
รวบรวมข้อมูลจากหนังสือ วารสารต่างๆ
- สำรวจตัวอย่างในท้องตลาด
- สัมภาษณ์พูดคุยกับคนอื่นๆ
- ระดมสมองคิดหาวิธีการ
- สืบค้นจากอินเทอร์เนต และจากแผ่นซีดีเสริมความรู้ ฯลฯ
ข้อมูลเหล่านนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการในหลายแบบขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญซึ่งจะเป็น
ช่องทางที่สามารถใส่เนื้อหา ที่เราต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้ และถือว่าเป็นช่องทางของการบูรณาการได้ดีที่สุด

3. เลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ
ในขั้นนี้เป็นการตัดสินใจเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหา
โดยนำข้อมูลและความรู้ที่รวบรวมได้มาประกอบกัน จนได้ข้อสรุปว่าจะเลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือวิธีการสนองความ
ต้องการเป็นแบบใด โดยวิธีการที่เลือกอาจยึดแนวที่ว่า เมื่อเลือกแล้วจะทำให้สิ่งนั้นดีขึ้น สะดวกสบายหรือรวดเร็วชึ้น
ประหยัดขึ้น รวมที้งวิธีการเหล่านี้จะต้องสอดคล้องกับทรัพยาการที่มีอยู่

4. ออกแบบและปฎิบัติการ
ขั้นตอนนี้ต้องการให้นักเรียนรู้จักคิดออกแบบซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเครื่องใช้เสมอไป
อาจเป็นวิธีการก็ได้และการออกแบบไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเสมอไปอาจเป็นแค่ลำดับความคิดหรือจินตนาการให้เป็น
ขั้นตอนซึ่งรวมปฎิบัติการลงไปด้วย นั่นคือ เมื่อออกแบบแล้วต้องลงมือทำ และลงมือปฎิบัติในสิ่งที่ออกแบบไว้

5. ทดสอบ
เป็นการนำสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการนั้นทดลองเพื่อใช้ทดสอบว่าใช้งานหรือทำงานได้หรือไม่ มีข้อบกพร่อง
อย่างไร ถ้ายังไม่ได้ก็ไปสู่ขั้นตอนต่อไป คือ ปรับปรุง แก้ไข

6.การปรับปรุงแก้ไข
หลังจากการทดสอบผลแล้วพบว่าสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นกรือวิธีการที่คิดขึ้น ไม่ทำงานมีข้อบกพร่อง ก็ทำการปรับปรุงแก้ไข โดยอาจเลือกวิธีการใหม่ก็ได้คืนย้อนไปขั้นตอนที่ 3

 7.ประเมินผล
หลังจากการปรับปรุงจนใช้งานได้ดีตามวิธีการที่ออกแบบแล้วก็นำมาประเมินผลโดย รวมโดยพิจารณาดังนี้           -สิ่งประดิษฐ์สามารถแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการที่ระบุไว้ได้ หรือไม่
-สวยงามดึงดูดใจผู้ใช้หรือไม่
-แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหรือไม่
-ต้นทุนสูงเกินไปหรือไม่

บางกิจกรรมอาจไม่ครบทั้ง 7 ขั้นตอนก็ได้ บางกิจกรรมบางขั้นตอนอาจสลับกันไปบ้างก็ได้ แต่เมื่อนำไปใช้แล้ว สามารถ
ที่จะทำงานเป็นขั้นตอนเป็นระบบสามารถย้อนกลับมาดูหรือแก้ไขได้ตามขั้นตอนที่ทำไปได้

3.ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นๆ




ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นๆ








            เทคโนโลยีเป็นความรู้สาขาหนึ่งของมนุษย์ว่าด้วยการประยุกต์ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งความรู้ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ พลังงาน ทักษะต่าง ๆ ในการคิดแก้ปัญหา ออกแบบและสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ดังนั้น กระบวนการเทคโนโลยีจึงต้องอาศัยความรู้จากสาขาวิชาอื่น ๆ มาสนับสนุน เช่น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ช่วยอธิบายหลักทางวิทยาศาสตร์ของสิ่งต่าง ๆ ความรู้ทางศิลปะช่วยวาดภาพหรือเขียนโครงร่างของสิ่งที่คิดประดิษฐ์ให้เห็นเป็นรูปธรรม หรือความรู้สาขามนุษย์ช่วยให้เข้าใจความต้องการวัฒนธรรมของสังคมมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการทำงานทางเทคโนโลยี
            ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับมนุษย์ศาสตร์
            การทำงานตามกระบวนการทางเทคโนโลยีเริ่มจากวิเคราะห์ความต้องการของตน สื่อสารความต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจ และเสนอแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งต้องอาศัยทักษะการพูด อ่านและเขียน ลักษณะพฤติกรรมการเรียนรู้เทคโนโลยีต้องอาศัยทักษะทางภาษาซึ่งเป็นศาสตร์ของมนุษย์ศาสตร์ ดังนี้
                1. ทักษะการฟัง พูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางเทคโนโลยีกับคนอื่น ๆ ในการทำกิจกรรม
                2. ทักษะการเขียน นำเสนอข้อมูลเชิงสัญลักษณ์ หรืออธิบายแนวคิดของตน
                3. ทักษะการสรุป กิจกรรมเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับการร่างโครงการและการอธิบายกระบวนการ ทำงานจนได้ชิ้นงาน การเขียนข้อสรุปจึงเป็นสิ่งสำคัญของเทคโนโลยี
            ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับสังคมศาสตร์
            ผู้เรียนต้องเข้าใจประวัติความเป็นมาทั้งอดีตจนถึงปัจจุบันและเทคโนโลยีในอนาคตช่วยสร้างสรรค์มนุษยชาติ จึงต้องให้ผู้เรียนตระหนักถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกที่ดีของสังคม โดยกิจกรรมดังนี้
                - สำรวจบทบาทเทคโนโลยีต่อสังคม
                - การจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้สนองความต้องการได้อย่างฉลาด
                - เข้าใจข้อจำกัดของปัจจัยต่าง ๆ ทางสังคม ค่านิยม โครงสร้างสังคม โดยนำสิ่งเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมทางเทคโนโลยี
                - วิจัย ศึกษา วิเคราะห์การใช้เทคโนโลยีในสังคม ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง
                - การตระหนักถึงการใช้ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
                - วิจัยศึกษา วิเคราะห์ผลกระทบการใช้เทคโนโลยีต่อสังคม

2.ความสำคัญและบทบาทของเทคโนโลยี





ความสำคัญและบทบาทของเทคโนโลย




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยี



บทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยี หมายถึง    บทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศจัดว่ามีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศของทุกประเทศก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะแม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังไม่มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและการค้า ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการจัดให้บริการสังคมพื้นฐาน (การศึกษาและ การสาธารณสุข ฯลฯ) ในการบริหารประเทศ และในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

บทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศได้กลายเป็นอุตสาหกรรมผลิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีการประมาณการว่าตลาดโลกสำหรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ โทรคมนาคม และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จะมีขนาด 1,600 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 1994 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึงร้อยละ 20 ต่อปีแม้ว่าในปัจจุบันจะมีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ได้ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจจากการเป็นผู้ผลิตดังกล่าว แต่ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีดังที่กล่าวมา นานาประเทศ ต่างสามารถรับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทั้งสิ้น
ในภาคอุตสาหกรรมผลิตทุกแขนง เทคโนโลยีสารสนเทศไม่เพียงแต่ถูกนำไปใช้โดยตรงในกระบวนการผลิตสินค้าต่าง ๆ ที่ส่งผลให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เป็นต้นว่าการออกแบบและเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ (computer-aided design or drafting หรือ CAD) สามารถจะลดความผิดพลาด เพิ่มความแม่นยำ (accuracy) และย่นระยะเวลาการออกแบบได้อย่างมหาศาล เทคโนโลยีนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดเก็บและนำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ในด้านการวิจัยและพัฒนา การออกแบบผลิตภัณฑ์ตามรสนิยมของผู้ใช้ การตลาด การบริการหลังการขาย และการจัดการองค์กรและธุรกิจ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย
ปัจจุบันประเทศกำลังพัฒนาต่างเริ่มตระหนักถึง บทบาทของเทคโนโลยีนี้ต่อการพัฒนาสังคมตามประเทศที่พัฒนาแล้ว และเล็งเห็นว่ามันสามารถจะก่อเกิดประโยชน์ต่าง ๆ นานา เป็นต้นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจะทำให้การบริการที่หน่วยงานต่างๆ ของรัฐให้แก่ประชาชนมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น และต้นทุนต่ำลง ลดต้นทุนการบริการสาธารณสุขขณะที่เพิ่มปริมาณและคุณภาพของบริการสู่ประชาชนที่ยังไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึง สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าและทุกวัยได้รับการศึกษาและฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง ฯลฯ

บทบาทต่อการให้บริการของรัฐและในด้านการศึกษา
ในด้านการให้บริการจากรัฐแก่ประชาชน อาทิ บริการสาธารณสุข การศึกษา และฝึกอบรม ก็ได้มีตัวอย่าง ที่เห็นผลตอบแทนที่ไม่เป็นเพียงนามธรรม แต่เป็นรูปธรรม อย่างชัดเจนในหลาย ๆ ประเทศ
การศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์ถึงผลประโยชน์ของโทรคมนาคม โดยสมาพันธ์โทรคมนาคมโลก (ITU หรือ International Telecommunications Union) ชี้ให้เห็นถึงผลตอบแทนเทียบกับการลงทุนในอัตรากว่า 30 ต่อ 1 ในภาคบริการสาธารณสุข และกว่า 40 ต่อ 1 ในภาคเกษตรกรรม
ข้อสรุปในเบื้องต้นของโครงการ Civil Service Computerization Programme ของรัฐบาลสิงคโปร์ นอกจากจะก่อให้เกิดการให้บริการรัฐที่รวดเร็วคล่องตัว และสะดวกสบายแก่ประชาชนแล้ว ยังมีผลตอบแทนโดยตรง จากการลดค่าใช้จ่ายสืบเนื่องจากการใช้บุคลากรในภาครัฐให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในอัตรา 2.71 ต่อ 1 หน่วยการลงทุนต่อปี ทั้งนี้โดยยังไม่รวมถึงผลตอบแทนทางอ้อมอื่น ๆ อีกด้วย
ในประเทศสหรัฐฯ ผลงานศึกษาวิจัยหลาย ๆ ชิ้น ต่างชี้ถึงผลประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (เช่น CAI/CAL) ในการศึกษาฝึกอบรมว่าโดยเฉลี่ย จะสามารถลดค่าใช้จ่าย (ในประเทศสหรัฐฯ) ถึงกว่าร้อยละ 30 ขณะที่การเรียนรู้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 โดยใช้เวลาในการศึกษาลดลงถึงร้อยละ 40 เป็นต้น
ผลกระทบต่อวัฒนธรรมและสังคม
เทคโนโลยีสารสนเทศจะมีผลกระทบต่อสังคมมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์จะเลือกใช้มันอย่างไร ......... ผลที่ตามมาก็คือ วิทยุโทรทัศน์ได้สร้างธุรกิจบันเทิงที่หวังพึ่งตลาดมวลชนที่ใหญ่และมีความสำคัญมาก ความหลากหลายที่เคยเกิดจากกิจกรรมบันเทิงแบบพื้นบ้านจึงค่อย ๆ ถูกกำจัดออกไป ซึ่งก็เป็นการสูญเสียอย่างหนึ่ง หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นบ้านก็ได้ค่อย ๆ หมดความสำคัญตามไปด้วย และถูกทดแทนด้วย ผลิตภัณฑ์จากธุรกิจการบันเทิง กล่าวอีกนัยหนึ่ง การละเล่นหรือการแสดงในพื้นบ้าน ได้ถูกทดแทนด้วยการแสดงเชิงพาณิชย์ จะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ธุรกิจบันเทิง ที่อาศัยวิทยุโทรทัศน์เป็นสื่อมิได้มีอิทธิพลสูงมากต่อความคิดความอ่าน และต่อวัฒนธรรมของผู้คนที่ได้มีโอกาสดูอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
แต่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในระยะต่อไปนั้น จะเปิดโอกาสให้มีการสื่อข่าวสารจากจุดต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมมากดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่คาดกันไว้ว่า จะมีผลกระทบต่อวัฒนธรรมอีกครั้งหนึ่ง เราอาจจะได้ความหลากหลายกลับคืนมา แต่ความหลากหลายนี้คงจะมีลักษณะแตกต่างจากที่เคยมีอยู่เดิมอย่างแน่นอน

1.ความหมายของเทคโนโลยี



ความหมายของเทคโนโลยี





 เทคโนโลยี  หมายถึง  การนำความรู้ทางธรรมชาติวิทยาและต่อเนื่องมาถึงวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิธีการปฏิบัติและประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ อันก่อให้เกิดวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร แม้กระทั่งองค์ความรู้นามธรรมเช่น ระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น